วันเสาร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2556

ผู้ต้องหาเชิดเงินล่อซื้อสัตว์ป่าหนียึดเต่า และนกหวงห้ามเกือบ 100 ตัวที่ราชบุรี






ผู้ต้องหาเชิดเงินล่อซื้อสัตว์ป่าหนียึดเต่า และนกหวงห้ามเกือบ 100 ตัวที่ราชบุรี




เวลา  13.00 น.  วันที่  19  กันยายน  2556  นายนพดล  ฮมแสน  นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่  3 (บ้านโป่ง) จังหวัดราชบุรี  ร่วมกับ พ.ต.อ.กฤษณะ ทรัพย์เดช  รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน   ตํารวจภูธรภาค  7   และนายวันชัย  สิงห์โต  หัวหน้าสายตรวจปราบปรามด้านสัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่  3 (สาขาเพชรบุรี) และดาบตำรวจ มานะ อินพุ่ม หัวหน้าสายตรวจตู่ยามตําบลยางหัก  

สนธิกำลังนำหมายศาลเลขที่ 827/ 2556 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 72 หมู่  6 บ้านยางคู่ ตำบลยางหัก  อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี  ของนายมานพ  ศิลปี  หลังได้รับแจ้งว่าบ้านหลังดังกล่าวมีสัตว์ป่าหวงห้ามไว้ในครอบครองเพื่อจําหน่าย   พบสัตว์ป่าคุ้มครอง หลายชนิด เช่น นกปรอทหัวโขน จำนวน14ตัว เต่าเหลืองจำนวน  7 ตัว  เต่าหับ  2 ตัว นกแก้วหัวแพร  4 ตัว นกกระจาบ  4 ตัว ใกล้กันพบ เพนียดต่อนก 3 กรง  และตะหลบตาข่ายขึงดักนกจำนวน  1 แผง  นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังเข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 72 / 9 หมู่ที่ 6 ของนายวสันต์ ศิลปี บุตรชายของนายมานพ  ซึ่งปลูกอยู่ใกล้กัน พบนกปรอทหัวโขนจำนวน  40 ตัว  นกแก้วหัวแพรจำนวน 1 ตัว  รวมแล้วเกือบ 100 ตัว  
             
จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า  เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งมีการซื้อขายเพาะเลี้ยงนกเป็นจำนวนมาก จึงเข้าตรวจสอบ โดยร่วมกับตำรวจภูธรภาค 7 ได้มีการขอหมายศาลก่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าทําการล่อซื้อโดยนำเงินจำนวน 8,000 บาท ไปล่อซื้อนกปรอทหัวโขนจากนายมานพในราคาตัวละ12,000 บาท  แต่ตกต่อรองกันในราคา   8,000 บาท  ระหว่างจ่ายเงินล่อซื้อนกแล้วนั้น นายมานพ ศิลปี เกิดไหวตัวทันเนื่องจากมีเพื่อนบ้านโทรศัพท์มาบอกว่ามีรถของเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้ามาในพื้นที่ จึงได้เชิดเงินล่อซื้อวิ่งหลบหนีเข้าไปบริเวณชายป่าโดยที่เจ้าหน้าที่ตามไม่ทัน
              
ทางด้านนายวสันต์ ศิลปี บุตรชาย อ้างว่ามีใบอนุญาตการเพาะพันธุ์นกของเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2556 มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ แต่เป็นนกปรอทหัวโขน จำนวน 2 ตัว  จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีนกที่เพาะพันธุ์ได้ถึงจำนวน 58 ตัว ช่วงระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่า พ่อลูกทั้ง 2 นั้น มีเครื่องมือกรงดักและตาข่ายในการดักนกจากป่าเพื่อนําออกมาขายให้กับผู้นิยมเลี้ยงนก  
             
อย่างไรก็ตามนายนภดล  ฮมแสน กล่าวว่า จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่เชิงลึกทราบว่า พื้นที่อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เป็นเขตติดต่อกับพื้นที่ป่าละอู จังหวัดเพชรบุรี  ซึ่งจะมีนกปรอทหัวโขนอาศัยอยู่จำนวนมาก และเป็นที่นิยมของนักแข่งนกที่ชอบมาซื้อนกปรอทหัวโขนในพื้นที่แถบนี้  เนื่องจากนกมีการร้องเสียงดี ราคาสูงถึงหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท จึงเป็นแหล่งซื้อขายแห่งหนึ่งของจังหวัดราชบุรี ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีตามมาตรา 19 และมาตรา 47  ผู้ใดฝ่าฝืนครอบครองมีโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน  4หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และทางเจ้าหน้าที่จะติดตามนายมานพ เชิดเงินล่อซื้อหลบหนีไปมารับทราบข้อกล่าวหา และหากไม่มาพบเจ้าหน้าที่ก็จะทําการออกหมายจับต่อไป





********************************************
ภาพ/ข่าว  ภัทรพงศ์  คำเปรม

20/09/56

ไม่มีความคิดเห็น: