วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข หวั่นภาวะฝนกรดกระทบสุขภาพ






กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข หวั่นภาวะฝนกรดกระทบสุขภาพ แนะพื้นที่เสี่ยงใกล้โรงงานอุตสาหกรรม เลี่ยงเก็บน้ำฝนหากจำเป็นควรทำความสะอาดหลังคา รางรับน้ำฝน และภาชนะเก็บน้ำให้พร้อมใช้งาน ลดปัญหาสารปนเปื้อนในอากาศที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ




ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัยเปิดเผยถึงการนำน้ำฝนมาใช้ในการอุปโภค บริโภคอย่างปลอดภัย ว่า ในช่วงนี้มีฝนตกหนักติดต่อกันเป็นประจำ ทำให้ประชาชนในบางพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ที่สะอาดจำเป็นต้องมีการเก็บน้ำฝนไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภคตลอดทั้งปี เพราะน้ำฝนจัดว่าเป็นน้ำที่สะอาด แต่ก็สามารถเกิดสิ่งสกปรกได้ง่ายเช่นเดียวกัน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของสถานที่ตั้งบ้านเรือน หลังคา และภาชนะเก็บกักน้ำฝน 

โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับโรงงานอุตสาหกรรม การจราจรหนาแน่นหรือมีมลพิษทางอากาศ ล้วนมีความเสี่ยงจากฝุ่นละออง ไอจากท่อไอเสีย ควันจากโรงงานเพราะอาจทำให้เสี่ยงปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียและสารเคมีต่าง ๆโดยเฉพาะก๊าซที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลคือซัลเฟอร์ไดออกไซด์และออกไซด์ของไนโตรเจนที่จะปนเปื้อนกับน้ำฝนที่ตกลงมา เกิดเป็นภาวะฝนกรดคือมีค่าพีเอชต่ำกว่า 5.6 ที่เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสิ่งก่อสร้างอย่างมาก

การเก็บอย่างปลอดภัยจึงไม่ควรรองรับน้ำฝนที่ตกในช่วงแรก ๆ ควรปล่อยให้ฝนตกสักระยะหนึ่งก่อนเพื่อชะล้างสิ่งสกปรกในอากาศและหลังคาให้สะอาด ดังนั้น ก่อนการเก็บน้ำฝนไว้ใช้ ควรเริ่มจากการทำความสะอาดหลังคา รางรับน้ำฝนและภาชนะเก็บน้ำให้พร้อมใช้งาน ส่วนภาชนะใช้รองรับน้ำฝนก็ต้องล้างให้สะอาด ปิดด้วยมุ้งพลาสติก และปิดภาชนะให้มิดชิด เพื่อให้มั่นใจก่อนนำน้ำฝนมาดื่มควรนำไปฆ่าเชื้อโรคด้วยการต้มในน้ำเดือดอย่างน้อยประมาณ 5 นาที เป็นการลดอัตราเสี่ยงจากการเจ็บป่วยเนื่องจากน้ำเป็นสื่อ อาทิ โรคระบบทางเดินอาหาร อุจจาระร่วง เป็นต้น ซึ่งจากข้อมูลการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 2556 พบรายงานผู้ป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงสูงสุด จำนวน 6,946 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 532.24 ต่อแสนประชากร
            
 "ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการตากฝนในขณะฝนตกเพื่อป้องกันไข้หวัด โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กนับเป็นกลุ่มที่มักได้รับผลกระทบต่อสุขภาพได้ง่าย พ่อแม่ ผู้ปกครองจึงต้องมีความเข้าใจ และดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับโรคระบบทางเดินหายใจ ไข้หวัด อาจส่งผลให้เป็น โรคหลอดลมอักเสบและโรคปอดบวมได้ในที่สุดการป้องกันจึงควรให้เด็กกินอาหารที่มีประโยชน์ เน้นกินผักหลากหลายทั้งสดหรือลวก และผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง องุ่น สับปะรด และให้พักผ่อนให้เพียงพอ สวมใส่เสื้อผ้าหนาๆ เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นอยู่ตลอดเวลาอธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด




***************************************
ภาพ/  สุชาติ  รอดบุญพา
ข่าว/  กาญจนา  สิมมา
25/09/56

ไม่มีความคิดเห็น: